การบำรุงรักษารถแทรกเตอร์

รถแทรกเตอร์ คือรถใช้งานอย่างหนักหน่วงในการเกษตร หรือหากใช้ในภาคอื่น ๆ ก็ยังถือว่าถูกใช้งานหนักเช่นกัน ดังนั้นเพื่อให้อายุการใช้งานที่ยาวนานมากขึ้น เกษตรกรจะต้องบำรุงรักษา เปลี่ยนอะไหล่ หรือตรวจเช็คอุปกรณ์ เครื่องยนต์และส่วนควบอื่น ๆ ตามระยะที่กำหนด ซึ่งเกษตรกรที่มีรถแทรกเตอร์จำเป็นต้องมีความรู้และสามารถทำได้ ไม่มากก็น้อย เพราะจะได้ประหยัดค่าใช้จ่ายในเรื่องค่าบำรุงรักษา ให้เสียเงินซื้อเฉพาะอะไหล่หรือส่วนต่าง ๆ ที่ต้องเปลี่ยน ซึ่งแน่นอนว่าในคู่มือการใช้งานรถแทรกเตอร์มีบอกวิธีการและระยะเวลาที่ต้องเปลี่ยนอยู่แล้วครับ แต่วันนี้มาลองทบทวนกันอีกครั้งกันค่ะ

การตรวจเช็คและการบำรุงรักษารถแทรกเตอร์นั้นมีสิ่งที่ต้องทำทุก ๆ ระยะที่กำหนดดังต่อไปนี้

  1. ก่อนเริ่มใช้งาน สำหรับการตรวจเช็คก่อนเริ่มใช้งานก็คือสภาพโดยทั่วไปของตัวเครื่อง ว่ามีอะไรผิดปกติดีหรือเปล่า ปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิง น้ำมันเครื่อง น้ำในหม้อน้ำ แรงดันลมยางล้อรถ ใช้เวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมง ก็สามารถตรวจเช็คตามรายการได้ครบถ้วนแล้ว เสียเวลานิดเดียว
  2. ในระหว่างใช้งาน ควรให้เครื่องยนต์ได้พักบ้าง เพื่อตรวจสภาพเครื่องยนต์ หรือปริมาณน้ำเชื้อเพลิง หรืออาการผิดปกติของรถแทรกเตอร์ จะได้แก้ไข ซ่อมแซมได้ทันท่วงที อย่าทิ้งให้ชิ้นส่วนต่าง ๆ นั้นเสีย หรือชำรุดขณะที่กำลังใช้งานอยู่ อาจจะทำให้เกิดอันตรายได้
  3. หลังจากเลิกใช้งาน ควรทำความสะอาดสิ่งสกปรกออกจากรถแทรกเตอร์ อาจจะแค่ล้างเศษดิน โคลนที่ติดมากับชิ้นส่วนรถ เติมน้ำมันเชื้อเพลิง เติมน้ำในหม้อน้ำ เช็คระดับน้ำมันเครื่อง และตรวจว่ามีชิ้นส่วนของรถแทรกเตอร์ส่วนใดส่วนหนึ่งเสียหาย หลุด คด งอ หรือไม่ จะได้ซ่อมแซม ให้สามารถใช้งานได้ดีดังเดิม พรุ่งนี้เช้าก็สามารถใช้ได้เลย

การเช็คหรือเปลี่ยนอะไหล่ตามระยะเวลาที่กำหนด มีแนวทางดังนี้

  1. ทุก 2 สัปดาห์ ควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง และกรองน้ำมันเครื่องใหม่
  2. ทุก ๆ เดือน ปรับตั้งระยะฟรีของแป้นเหยียบคลัชและเบรก ตั้งความตึงของสายพาน
  3. ทุก ๆ 2 เดือน ตรวจเช็คระบบหัวฉีดเชื้อเพลิง ไดสตาร์ท ไดชาร์ท และเปลี่ยนไส้กรองน้ำมันเครื่อง

การดูแลต่าง ๆ ตามระยะนี้เป็นแนวทางสำหรับท่านที่จะต้องใช้รถแทรกเตอร์อยู่เป็นประจำจะต้องตรวจเช็คอยู่เสมอ ๆ และสามารถศึกษาเพิ่มเติมให้ละเอียดมากขึ้นในคู่มือการใช้รถแทรกเตอร์ของท่าน และนั่นก็เป็นแนวทางในการบำรุงรักษารถแทรกเตอร์ให้สามารถใช้งานได้ดีและนานขึ้น อย่ารอให้เกิดอาหารชำรุด เสียหายแล้วค่อยมาใส่ใจดูแล ถึงตอนนั้นคุณอาจจะต้องเสียเงินมากกว่าเดิมที่แค่เปลี่ยนอะไหล่เล็กน้อยตามระยะเท่านั้น และเกษตรกรที่ไม่ค่อยมีความรู้เรื่องเครื่องยนต์กลไกเลย สามารถเริ่มศึกษาจากเรื่องง่ายไปก่อน และหากต้องเปลี่ยนอะไหล่ที่ซับซ้อนมากขึ้นสามารถเรียกใช้บริการของการบำรุงรักษารถแทรกเตอร์ที่ซื้อมา


credit : thaitractor.wordpress.com